เวรย่อมระงับลงได้ ด้วยการไม่ผูกโกรธ

เวรย่อมระงับลงได้ ด้วยการไม่ผูกโกรธ

เวรย่อมระงับลงได้ ด้วยการไม่ผูกโกรธ

มีไหมใครที่ไม่เคยโดนด่าเลยในชีวิตนี้ มีไหมใครที่ไม่เคยถูกตีเลยในชีวิตนี้ มีไหมใครที่ไม่เคยถูกคนอื่นทำให้ไม่พอใจเลยในชีวิตนี้ ไหนลองยกมือขึ้นซิ (ไม่ต้องยกจริงๆหละ ถึงยกผมก็ไม่เห็นหรอก อิอิ) ในชีวิตคนเราทุกคนเคยผ่านเรื่องเหล่านี้กันมาแล้วทั้งนั้น จริงไหมครับ ผมเองก็โดนบ่อยเหมือนกัน เฮ้อ

แต่ประเด็นมันมีอยู่ว่า เมื่อเราโดนอย่างนั้นแล้ว สภาพจิตใจเราเป็นอย่างไร เช่น เมื่อโดนด่า จิตใจเราเป็นอย่างไร ผูกโกรธไหม เจ็บแค้นไหม จองเวรไหม คิดจะเอาคืนบ้างไหม บางคนก็ตอบได้เต็มปากเต็มคำว่า ที่พูดมานั้น เป็นหมดเลย หึหึ ที่จริงมันก็ไม่แปลกหรอกครับ ส่วนใหญ่ก็เป็นกันทั้งนั้น น้อยนักน้อยหนาที่จะไม่เป็น แต่เรามาลองพิจารณาดูนะครับว่า แบบไหนดีกว่ากัน

หากว่าเราชอบผูกโกรธ ถือโทษโกรธแค้นเมื่อมีใครมาทำอะไรให้ไม่พอใจ ไม่ว่าจะด้วยทางกายหรือทางวาจา อะไรก็แล้วแต่ สิ่งที่เกิดขึ้นทันทีในขณะนั้นคือ จิตเราเป็นทุกข์ ยิ่งโกรธก็ยิ่งทุกข์ ยิ่งแค้นเคืองก็ยิ่งทุกข์ บางคนโดนด่าแค่ครั้งเดียว โกรธอยู่สามปีสี่ปีก็ไม่หาย ทำไมมันเป็นอย่างนั้น ก็เพราะเราไม่ยอมปล่อยสักทีไงครับ ทั้งๆ ที่คำด่านั้นมันก็ดับไปตั้งนานแล้ว

อย่างเช่นสมมติว่ามีคนด่าเราว่า “ไอ้ชาติหมา” อย่างนี้ พอเขาด่าออกมาเท่านั้น คำๆ นั้นมันออกมาจากปากเขาแค่ครู่เดียวเท่านั้น แล้วมันก็ดับไป คือเสียงที่ออกจากปากเขา เสียงที่เราได้ยินนั้น มันดับไปแล้ว แป๊บเดียวเท่านั้น ดับแล้ว แต่เรายังดันไปเก็บมันไว้ในใจเราอยู่อีก นึกถึงทีไรก็แค้นขึ้นมา ใจร้อนรุ่มกระวนกระวาย เป็นทุกข์ขึ้นมาทันที จะกี่วัน กี่เดือน กี่ปี ตราบที่เรายังไม่ยอมลบคำนั้นออกจากใจ ยังเก็บมันไว้อยู่ตราบใด ใจเราก็ยังเป็นทุกข์อยู่ตราบนั้น

เปรียบเสมือนมีคนโยนถ่านไฟร้อนๆ มาใส่เรา เราก็ดันไปกำมันไว้ซะอีก ความร้อนจากถ่านนั้นมันก็ลวกก็ไหม้มือเรา ตราบใดเรายังไม่ปล่อย มันก็จะลวกจะไหม้อยู่อย่างนั้น พอเราปล่อยเมื่อใด ความร้อนก็จะเริ่มจางลง และหายไปในที่สุด ฉันใดก็ฉันนั้นแหละครับ

เพราะฉะนั้นก็ต้องรู้จักพิจารณานะครับ ยิ่งโกรธยิ่งแค้นก็ยิ่งทุกข์ ยิ่งจองเวรกันไปนานเท่าไหร่ ก็ยิ่งตามสร้างทุกข์ให้กันต่อไปนานเท่านั้น ไม่จบไม่สิ้นสักที ต่อเมื่อปล่อยลงปลงได้เมื่อไหร่นั่นแหละ เวรระงับก็ดับทุกข์ในใจได้ ลองคิดดูนะครับว่า การที่เราไปเก็บเอาคำด่า หรือการกระทำใดๆ ก็ตามของคนอื่น ที่เขาทำให้เราไม่พอใจ เราไปเก็บมันมาทำร้ายจิตใจตัวเองอยู่ไม่ยอมเลิกสักทีนั้น มันเป็นการฉลาดหรือไม่

คนอื่นเขาด่าเราก็เพื่อให้เราเจ็บใจนั่นแหละครับ แล้วการที่เราไปเก็บเอาคำด่าของเขามาทำร้ายใจตัวเองอยู่ไม่หยุด เขาก็ยิ่งสะใจ ส่วนเราก็ทุกข์ตายเท่านั้น จริงไหมครับ

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราก็ได้ตรัสไว้ว่า

อกฺโกจฺฉิ มํ อวธิ มํ……..อชินิ มํ อหาสิ เม
เย จ ตํ อุปนยฺหนฺติ……เวรํ เตสํ น สมฺมติ.
อกฺโกจฺฉิ มํ อวธิ มํ……..อชินิ มํ อหาสิ เม
เย จ ตํ นูปนยฺหนฺติ……..เวรํ เตสูปสมฺมติ.

ก็ชนเหล่าใด เข้าไปผูกความโกรธนั้นไว้ว่า “ผู้โน้นได้ด่าเรา ผู้โน้นได้ตีเรา ผู้โน้นได้ชนะเรา ผู้โน้นได้ลักสิ่งของ ๆ เราแล้ว” เวรของชนเหล่านั้นย่อมไม่ระงับได้, ส่วนชนเหล่าใดไม่เข้าไปผูกความโกรธนั้นไว้ว่า “ผู้โน้นได้ด่าเรา ผู้โน้นได้ตีเรา ผู้โน้นได้ชนะเรา ผู้โน้นได้ลักสิ่งของ ๆ เราแล้ว” เวรของชนเหล่านั้นย่อมระงับได้.

ส่วนคำอธิบายแบบบ้านๆ พอที่คนธรรมดาๆ อย่างผมจะพออธิบายได้ ก็ตามที่กล่าวข้างต้นนั่นแหละครับ เรื่องเหล่านี้มันพูดง่าย แต่ทำยาก แต่ถึงจะทำยากแค่ไหน ก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้ อย่างน้อยๆ ก็ให้ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง ก็ยังดีกว่าทำไม่ได้เลย จริงไหมครับ สุดท้ายนี้ก็ขอให้ทุกท่านใช้ชีวิตด้วยปัญญานะครับ ด้วยความปรารถนาดีครับผม.

You may also like...