พรหม (ไม่ได้) ลิขิต

พรหม (ไม่ได้) ลิขิต

พรหม (ไม่ได้) ลิขิต

“พรหมลิขิต” คำนี้เราได้ยินกันบ่อย ๆ นะครับ เราจะใช้คำนี้แทนความหมายที่ว่า สิ่งที่เราได้ประสบพบเจอในชีวิตนั้น มีผู้ลิขิตขีดเส้นไว้ให้เรียบร้อยแล้ว

การที่เราได้พบรักกับใครสักคน เราก็เรียกว่า พรหมลิขิต การที่มีเรื่องราวดี ๆ หรือแม้แต่เรื่องไม่ดีก็ตาม เกิดขึ้นกับชีวิตเรา เราก็จะบอกว่ามันเป็น พรหมลิขิต คือเอะอะอะไรก็จะโยนความรับผิดชอบให้พรหมไปเสียหมด ว่างั้นเถอะ

ซึ่งจริง ๆ แล้ว พรหมไม่ได้ลิขิตหรอกครับ ไม่มีพรหมหรือเทวดาที่ไหนมาลิขิตชีวิตเราหรอก

แม้แต่พรหมเอง เขาก็ลิขิตชีวิตเขาเท่านั้น เขาบำเพ็ญบารมีมา สร้างบุญสร้างกุศลมา บำเพ็ญสมถะกรรมฐานมา จนได้ฌานได้สมาบัติ เขาจึงได้ไปอุบัติเป็นพรหม นั่นก็คือเขาลิขิตชีวิตเขา

อันนั้นเขาก็สร้างเอง ไม่มีใครลิขิตให้เขา ไม่มีใครสร้างให้เขาเช่นกัน และเขาก็ต้องสร้างบารมีต่อไป ตราบใดที่ยังไม่ได้บรรลุมรรคผลนิพพาน เขาต้องใช้เวลาไปสร้างบารมีต่อ ไม่มีเวลามาลิขิตชีวิตใคร หรือมาวุ่นวายกับชีวิตใครหรอกครับ

พรหมไม่ได้ลิขิต แล้วใครลิขิต

ทีนี้มาพูดถึงตัวเราเองบ้าง ในเมื่อพรหมไม่ได้ลิขิต แล้วใครกันหละ ที่ลิขิตชีวิตเรา

“กรรม” กรรมไงครับ ที่ลิขิตชีวิตเรา สิ่งที่เราได้ประสบพบเจออยู่ในชีวิตทุกวันนี้ ไม่ว่าดีหรือไม่ดีก็ตาม กรรมนี่แหละที่ลิขิตให้เป็นไป

กรรมดี ก็ลิขิตให้เป็นไปในทางที่ดี มีความสุขความเจริญ ก็คือกรรมดีให้ผลนั่นเอง

กรรมชั่ว ก็ลิขิตให้เป็นไปในทางที่ไม่ดี ให้ได้รับความเดือดร้อนทางกายและทางใจ ก็คือกรรมชั่วให้ผลนั่นเอง

แล้วกรรมมาจากไหน ?

กรรมก็มาจากเรานี่แหละครับ ไม่ได้มาจากใครอื่นหรอก เราเองนี่แหละที่เป็นคนทำกรรม ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี ก็เราทั้งนั้นแหละที่เป็นคนทำ กรรมที่เราเป็นคนทำด้วยตัวเราเอง สุดท้ายก็มาให้ผลกับตัวเราเอง

พอพูดมาถึงตรงนี้ ก็สามารถสรุปได้แล้วว่า ตัวเราเองนี่แหละ ที่เป็นผู้ลิขิตชีวิตของเรา ไม่ใช่พรหมหรือเทวดาที่ไหน

เราลิขิตชีวิตตัวเองด้วยการสร้างกรรม ซึ่งก็มีทั้งกรรมดีและกรรมไม่ดี กรรมดีส่งผลเป็นสุข กรรมไม่ดีก็ส่งผลเป็นทุกข์

พูดถึงกรรมนั้น มันก็มีทั้งกรรมในอดีตและกรรมในปัจจุบัน กรรมในอดีต เราไม่รู้หรอกว่าเราได้ทำอะไรไว้บ้างในชาติก่อน ๆ ระหว่างกรรมดีกับกรรมชั่ว เราทำอะไรไว้มากกว่ากัน เราไม่รู้ นั่นคืออดีตข้ามภพข้ามชาติ เรื่องดีหรือไม่ดีหลาย ๆ อย่างมาจากกรรมในอดีต

กรรมที่เป็นอดีตนั้น เราแก้ไขอะไรไม่ได้หรอกครับ เพราะมันผ่านมาแล้ว ย้อนกลับไปไม่ได้แล้ว

แต่ไม่เป็นไร เรายังมีปัจจุบัน ปัจจุบันนี่แหละ เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่เราจะลิขิตชีวิตตัวเอง

เมื่อเรารู้แล้วว่า เราสามารถลิขิตชีวิตตัวเองได้ จากกรรมคือการกระทำ ทีนี้ก็คงถึงเวลาแล้วที่เราควรวางแผนชีวิตให้ตัวเอง

เราอยากให้ชีวิตของเราเป็นไปในทิศทางไหน ก็สร้างกรรมให้สอดคล้องกับเป้าหมายชีวิตของเรา

เชื่อแน่ว่า ทุกคนต้องการให้ชีวิตของตัวเองเป็นไปในทิศทางที่ดี เพราะฉะนั้น จงสร้างแต่กรรมดีนะครับ

สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ ต้องจำไว้ให้แม่นมั่นว่า พรหมไม่ได้ลิขิตชีวิตเรา

ถ้าชีวิตต้องประสบพบเจอกับสิ่งที่ไม่ดี มีแต่ทุกข์เข้ามา มีแต่เรื่องร้าย ๆ เข้ามา ก็ขอให้เข้าใจว่า นั่นเป็นผลแห่งบาปกรรมที่เราได้สร้างไว้ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน อย่าไปโยนความผิดให้พรหมหรือเทวดาตนไหนเลย มันไม่ยุติธรรมกับเขา

ถ้ามีสิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิต มีความสุข ความสำเร็จ มีความเจริญก้าวหน้า ก็ให้เข้าใจเถิดว่า นั่นเป็นอานิสงส์แห่งความดีที่เราได้สร้างไว้ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน อย่าไปยกความดีความชอบให้พรหมหรือเทวดาที่ไหนเลย

สุดท้ายนี้ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า “พรหมไม่ได้ลิขิตชีวิตใคร มีแต่กรรมที่ทำไว้ คอยลิขิตชีวิตคุณ”

ชีวิตเรา เราลิขิตเอง ขอให้เจริญในธรรมครับ

You may also like...